วันเสาร์ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

ชีวิตต้องก้าวต่อไป

ที่เงียบหายไปนานก็เพราะว่าช่วงนี้มีงานประจำที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่โค่นต้นยูคาอายุ 15 ปีหลังบ้านที่เหลืออยู่ทั้ง 20 ต้นลงมากองอยู่หลังบ้านเมื่อสองเดือนที่ผ่านมา ก็จ้างเค้าให้โค่นลงมาเท่านั้น ที่เหลือก็ต้องจัดการเองทุกอย่างตั้งแต่ตัดกิ่ง เก็บเศษทราก เผาใบไม้ที่กองระเกะระกะทั่วพื้นที่ แล้วก็จ้างรถแทรคเตอร์มาลากเอามากองรวมกันไว้เป็นที่เป็นทาง เพราะลากเองไม่ไหว มันท่อนซุงนี่ครับ มาถึงวันนี้เพิ่งเก็บเศษซาก แยกกิ่งใหญ่เอามาใช้งานได้ไม่ถึงครึ่งเลย สงสัยจะเริ่มแก่ซะแล้วเรา



เอาล่ะ แวะไปเยี่ยมเยียนเพื่อนฝูงกันหน่อยดีกว่า อันดับแรกขอเสนอ คุณเด็ดเดี่ยว กิจเฟื่องฟู เอ้า ใครไม่เคยเห็นหน้าก็ดูซะว่าหล่อขนาดไหนเพราะไม่ได้เจอกันมาเกือบ 40 ปี ข่าวคราวล่าสุดทราบว่ายังรับราชการอยู่นะครับ (สงสัยจะลาออกไม่ได้) และเวลานี้ไปป้วนเปี้ยนอยู่แถวๆ เชียงใหม่ ข้างๆ บ้านพ่อเลี้ยงวิเชียรซะด้วย ป่านนี้คงโดนลากไปมอมเหล้าหัวปักดินแล้ว


สงกรานต์ปีนี้ยังคงร้อนสุดๆ เช่นเดิม ช่วงสงกรานต์  คุณพยุงศักดิ์ เจ๊กนอก ลายาวกลับไปเล่นน้ำที่โคราชกับครอบครัวเช่นเคย


หลังสงกรานต์ก็เลยแวะมาเยี่ยมเยียน ก็ต้อนรับไปแบบปกติด้วยเบียร์เย็นๆ แค่หายร้อนเท่านั้นเองพอหอมปากหอมคอแค่ 4-5 ขวด แต่พอแขกกลับเจ้าของบ้านก็เล่นต่อไปอีก 4 ขวด พอนอนหลับสบาย 555 ระหว่างซดเบียร์มีเพื่อนๆ ร่ำร้องอยากจะแวะมาร่วมวง ขอแนะนำว่ามาได้ตามสะดวกของแต่ละท่านนะครับ ไม่ต้องนัดหมายอะไรกันหลายคนหรอก ขอให้มาเพราะว่างงานและอยากจะมา เท่านั้นพอ อ้อ อย่าลืมขนที่นอนกับเต๊นท์มาด้วยนะ พื้นที่กว้างขวางเฉพาะนอกบ้านนครับ ในบ้านน่ะแทบไม่มีทางเดินแล้ว


คุณจิระ อ้นเพ็ง ก็ยังคงอยู่สุขสบายอยู่ใน สห.ทบ. ทำหน้าที่ทั้งคนขับรถและผู้ดูแลผลประโยชน์ของครอบครัว ตามประสานักธุรกิจน่ะครับ ได้ข่าวว่าเดินสายต่างจังหวัดทุกอาทิตย์ แสดงว่าสุขภาพร่างกายยังฟิตปั๋งแบบทหาร ถึงแม้พุงจะยื่นออกมามากหน่อย


และแน่นอน ย่อมมีเวลาพักผ่อนหาความสำราญอีกด้วย



ไม่มีอะไรมากครับ อย่าเพิ่งตกใจ เพื่อนนุ้ย นพดล พัฒนานุพงษ์ แอบย่องไปหาพยาบาลน่ะครับ พอดีหมอมาเจอเข้า เลยจับทำบอลลูนเส้นเลือดเข้าหัวใจซะเลย ได้ข่าวว่าเป็นเส้นเลือดเส้นที่ 3 แล้ว ไม่รู้ว่าเพื่อนเรายังเหลืออยู่อีกกี่เส้น แล้วตั้งใจจะทำมันทุกเส้นรึเปล่าก็ไม่รู้ น่าจะไปถามคุณหมอพลอยลูกสาวเพื่อนใหญ่เราที่นอร์เวย์ดูนะ


แต่สรุปแล้วที่เพื่อนนุ้ยไปนอนโรงพยาบาลน่ะ เพราะเครื่องปรับอากาศที่บ้านมันเสียครับ เลยต้องไปออดอ้อนพยาบาลขออาศัยนอนเล่นซัก 2-3 คืนแค่นั้นเอง พอออกมาได้ก็เดินสายพาครอบครัวเที่ยวพักผ่อนตามโอกาสอันควรเหมือนเดิม เพราะฉะนั้นไม่ต้องเป็นห่วงเด้อ พี่น้อง


หน้าตาเหมือนคนป่วยมั้ยเนี่ย


น่าจะเป็นห้วยหน้าบ้านที่นครศรีธรรมราชนะ


ส่วนเพื่อนบัง ประพัฒน์ กุลหาบ ก็ยังคงเดินสายทำงานเพื่อมวลชนเช่นเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ไม่รู้ว่าแอบไปติดพันตรีรึยัง ไม่เห็นแจ้งข่าวคราวมามั่งเเลย


วิทยากรมืออาชีพ


อีกคนที่ลาออกมานานแล้ว เพื่อนประสิทธิ์ นนทะชัย ไม่รู้ว่ามีอาชีพเสริมอะไรรึเปล่า แต่พักนี้พาครอบครัวเดินสายทำบุญทำทานเป็นประจำ สงสัยจะมีบาปหนักหนาสาหัสติดตัวมา สังเกตได้จากหน้าตาที่หล่อเหลาเหมือนเดิมทุกประการ ไม่ยอมพัฒนาความแก่ให้เค้าหน้าเปลี่ยนแปลงไปเหมือนเพื่อนพ้องคนอื่นๆ เค้าบ้าง น่าสงสารจริงนิ


พูดถึงความแก่เลยนึกถึงตาฤทธิ์ สมฤทธิ์ ตะมะพุทธ นี่เป็นรูปล่าสุดที่ส่งมาทางไลน์กลุ่มเรา เปล่า ไม่ได้ว่าแก่นะ พอดีเห็นว่ามีหลานสาวก็เลยต้องวางมาดให้ดุสูงวัยสมกับที่เป็นตาคนไง ดูแล้วน่านับถือจ้า


นี่ก็เป็นอีกคนที่มีลูกสาวสวย คุณธรรมนูญ ยูเด็น พาศรีภรรยาเดินสายท่องเที่ยวได้ตลอดเหมือนกัน ลักษณะท่าทางบอกได้ถึงความเป็นผู้ใหญ่ ไม่ใช่ผุ้ใหญ่บ้านนะ ผุ้หลักผู้ใหญ่น่ะครับดูแล้วน่านับถือ มองแวบเดียวรู้เลยว่ามีลูกสาว 555


นายหัวยูเด็นยามพักผ่อนอิริยาบถครับ


นี่ก็ข่าวคราวล่าสุดของเพื่อนใหญ่ คุณครูดำรงค์ รุ่งจรัส จากออสโลว์ครับผม ก็พาศรีภรรยาเดินทางไปเยี่ยมเยียนลูกสาว คุณหมอพลอย ตามปกติธรรมดาครับมีลูกสาวสวยแถมมีวิชาความรู้ มีอาชีพที่มั่นคง ก็เป็นยังงี้เหมือนกันทุกคนนั่นแหละ ดีอย่างหนึ่งที่เพื่อนใหญ่ยังไม่ได้ไว้หนวดแบบชนินท์ เพราะขนาดมีลูกชายหน้าตาไม่หล่อ ยังต้องไว้หนวดไว้เคราตลอด ไม่ใช่อะไรหรอก กลัวมันขอตังค์น่ะ ขนาดมันมีงานทำแล้วนะ เงินเดือนมากกว่าบำนาญเราซะอีกด้วย เซ็งที่สุด


เพื่อนใหญ่กับคุณหมอพลอยน่ะ


เพื่อนใหญ่กับศรีภรรยาจ้า


นี่ก็เพื่อนใหญ่กับคุณหมอพลอย

ก็ขอเล่าแจ้งแถลงไขหน่อยนะครับ คือว่าช่วงนี้ยังคงต้องลงจากบ้านไปทำงานหนักอยู่ในป่ายูคาหลังบ้าน ที่ตอนนี้กลายเป็นป่าซากเศษไม้ยูคาที่แสนรกสิ้นดี ที่กองไม้ซุงก็ใกล้จะกลายเป็นรังงูไปแลว เพราะฉะนั้นจะต้องเร่งกำจัดเศษซากให้หมดแล้วจัดการขึงตาข่ายไนล่อนล้อมกองไม้ซุงโดยเร็ว ป้องกันไม่ให้ขบวนงูยกกำลังเข้ามาปลูกสร้างที่พักถาวรได้ เพราะแถบนี้ตอนมาอยู่ใหม่ๆ อุดมสมบูรณ์ไปด้วยงูแมวเซาเต็มไปหมด ต้องใช้เวลาถากถางพื้นที่จนเตียนโล่งยาวนานหลายปีทีเดียว เนื่องจากลงไม้ลงมือด้วยตัวคนเดียวจริงๆ 

มาถึงวันนี้ด้วยอายุ 61 ก็ขอยอมรับอย่างหน้าชื่นตาใสว่า "ไม่ไหวแล้วโว้ย" ทำงานแค่วันละสองชั่วโมง เหงื่อออกเหมือนทำงานมาทั้งเดือน จะเป็นลมให้ได้